บทความเพื่อการลดต้นทุน

ไม่ว่าสภาวะทางเศรษฐกิจจะอยู่ในขาขึ้นหรือขาลง การทำให้องค์กรมีกำไร หรือมีการลดต้นทุน นั่นคือสิ่งที่พนักงานทุกระดับพึงปฎิบัติอยู่เสมอ มีคำกล่าวที่ว่า "เอาล่ะ ให้คุณควบคุมต้นทุนการผลิตไม่เกิน....กี่บาท...นี้ต่อ1ชิ้นของผลิตภัณฑ์ แค่นั้นผมก็พอใจ" นั่นคงหมายความว่า เจ้านายเริ่มเหนื่อยทีจะประชุมแผนซ้ำๆในทุกๆเช้าก่อนเข้างาน.

แท้ที่จริงในองค์กรหนึ่งๆ เราเชื่อว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีปฎิบัติเพื่อเพิ่มกำไรที่ทำได้ดี. ไม่เกินความสามารถของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือระดับหัวหน้า เลื่อนลงมาจนถึงวิศวกรผู้รับผิดชอบตรงจุดนั้นๆ เริ่มตั้งแต่

  • การเพิ่มราคาสินค้า
  • การบริหารค่าล่วงเวลาให้มีคุณภาพ
  • การใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ
  • การบริหารสินค้าคงคลังให้มีประสิทธิภาพ
  • การลดต้นทุนการขนส่ง
  • การลดต้นทุนเชื้อเพลิง
  • การลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้า
  • การเพิ่มเปอร์เซ็นต์การใช้งานเครื่องจักร
  • การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีคุณภาพ

ส่วนที่จะพูดถึงในหน้านี้ จะยกเอาแค่เรื่องทรัพยากรน้ำมาเป็นประเด็นหลัก เพราะภาพรวมของน้ำคือปัญหาระดับสูงในงานบริหารต้นทุน อีกส่วนหนึ่งดูเหมือนจะเชื่อมโยงบางหัวข้อที่กล่าวข้างต้นได้ดี ถ้าย่อส่วนลงมาที่องค์กรหรืออุตสาหกรรมแล้ว ก็ยิ่งเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น  จะเห็นว่ามีมาตรการใหม่ๆออกมามากมายอยู่เสมอ ทั้งเรื่องตัวเลขที่เป็นกฎข้อบังคับ เพื่อรับมือกับของคุณภาพ,ความปลอดภัยและต้นทุนของน้ำที่นับวันจะเพิ่มภาระอย่างต่อเนื่องและสูงขึ้นเรื่อย.กล่าวคือ ยิ่งมีการผลิตมากขึ้น ความเสียหายก็มากตาม(น้ำทิ้ง) ก่อนๆนี้เคยมีคนพูดกันว่า "การลงทุนที่เกี่ยวกับน้ำคือการลงทุนที่ไม่เกิดกำไร" เหตุที่พูดเช่นนั้นเพราะ "น้ำ"เรามักได้ใช้กันฟรีๆหาทีไหนก็ได้จากธรรมชาติ สมัยก่อนน้ำจืดคุณภาพดีมีอยู่ทั่วไป สิ่งเจือปนในน้ำก็ยังมีปริมาณที่ยังเจือจางอยู่ แต่ปัจจุบันน้ำจืดดีๆก็มีปริมาณที่ลดลงทุกวันรวมถึงน้ำใต้ดินด้วย. อาจถือเป็นโชคเข้าข้างถ้าพื้นที่ ที่สร้างโรงงานของเรา อยู่ในแหล่งน้ำที่มีค่าความกระด้างต่ำ ดังนั้นข้อสังเกตง่ายๆว่า ทำไมเราถึงยอมใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำจากภายนอก ,ยอมลงทุนสร้างระบบผลิตน้ำคุณภาพสูงและราคาแพง,ยอมที่จะหาวัสดุหรือภาชนะที่เป็นสแตนเลส หรือยอมซื้อเคมีคุณภาพสูง แต่ก็ยังดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติและยอมรับกันได้ ท้ายที่สุดก็คือต้นทุนทั้งนั้น กับความจำเป็นที่ยอมลงทุนทำไปส่วนใหญ่ก็เพื่อป้องกัน การอุดตันของหินปูนในระบบ หรือที่เรียกว่า"ตะกรัน"มิใช่หรือ?....

มุมมอง

ว่ากันว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในแต่ละเดือน ของกิจการนั้นๆ คือค่าพลังงานของระบบทำความเย็น และระบบทำความร้อน เช่นระบบแอร์และบอยเลอร์ (ดูรูปที่1) จนต้องมีงานป้องกันหลายรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เช่นการล้างทำความสะอาดที่บ่อยขึ้นตามความเหมาะสม การเติมสารเคมีกัดกร่อน การกรองน้ำคัดแยกสารละลาย เหล่านี้เป็นต้นซึ่งถือเป็นภาระต่อเนื่อง

คำแนะนำ วิธีการที่ปลดภาระเหล่านั้น

Hydroflow.คือนวัตกรรมการปรับสภาพน้ำรูปแบบใหม่ที่หลายคน อาจยังสงสัยถึงคุณสมบัติ ที่ว่า ทำไม?Hydroflow ถึงจะช่วยได้มากขนาดนั้น.อย่างแรกเพราะHydroflowจะไม่ค่อยใส่ใจกับปริมาณตัวเลขสารละลายในน้ำ(ค่าTDS)โดยเฉพาะ "หินปูน"ที่เป็นตัวก่อเกิดตะกรัน.ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆก็หมายความว่า เรากำลังจะสวนทางกับวิธีคิดแบบเดิม เช่นนั้นหรือ?.....นั่นก็หมายความว่า เรากำลังจะลดขั้นตอนการบำบัดน้ำรูปแบบเดิมๆ...ลองมาดูกันว่าตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้ ทำให้เราเข้าใจอะไรบ้าง......แนะนำให้ทำการศึกษาหรือพิสูจน์ด้วยตัวคุณเอง.

รูปที่1.ตัวเลขคิดเป็นเปอร์เซนต์ของการสูญเสียพลังงานจาก แต่ละชั้นความหนาของตะกรัน(หินปูน)

 

รูปที่2.คุณสมบัติของHydroflow เมื่อเทียบกับการปรับสภาพน้ำรูปแบบอื่น

 

Visitors: 23,246